ทางเข้าเล่น ligaz89

LIGAZ89 บทความ

เจาะผลงานสุดยอดของ ไลป์ซิก จากมันสมองของ นาเกลส์มันน์

เจาะผลงานสุดยอดของ ไลป์ซิก จากมันสมองของ นาเกลส์มันน์ ตอนที่ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ประกาศแต่งตั้ง ยูเลี่ยน

ตอนที่ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ประกาศแต่งตั้ง ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ เข้ามาเป็นเทรนเนอร์คนใหม่ของทีมตั้งแต่ฤดูกาล 2016-17 หลายคนก็แปลกใจ

ว่า ฮอฟเฟ่นไฮม์ คิดอะไรอยู่ เพราะตอนนั้น นาเกลส์มันน์ เพิ่งมีอายุเพียง 28 ปีเท่านั้น เรียกได้ว่าอายุน้อยกว่านักเตะอีกหลายคน แถมก่อนหน้านั้นเจ้าตัวก็ไม่เคยผ่านงานการคุมทีมชุดใหญ่มาก่อนด้วย

แม้ว่าการได้รับงานกับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในครั้งนั้น จะทำให้ นาเกลส์มันน์ กลายเป็นกุนซือที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของ บุนเดสลีกา แต่ยศดังกล่าวไม่ได้เป็นการรับประกันฝีมือของเขา และหลายคนก็ไม่เชื่อฝีมือของเขาเท่าไหร่ แถมเจ้าตัวยังต้องมารับงานเร็วกว่ากำหนดอีก เพราะ ฮูบ สตีเฟ่นส์ บอกลาทีมไปเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2016 จากปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้ นาเกลส์มันน์ ต้องเข้ามาคุมทีมก่อนที่จะถึงซีซั่น 2016-17

อย่างไรก็ตาม นาเกลส์มันน์ ก็ทำผลงานได้โดดเด่น โดยการพา ฮอฟเฟ่นไฮม์ รอดจากการตกชั้นในซีซั่น 2015-16 ทั้งที่ตอนที่เข้ามาคุมทีมนั้น ทีมอยู่เหนือโซนปลอดภัยแค่ 7 คะแนนเท่านั้น และพอถึงซีซั่น 2016-17 ที่เขาได้คุมทีมแบบเต็มตัว นาเกลส์มันน์ ก็พาทีมได้อันดับ 4 ในลีก จนได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และพอถึงซีซั่น 2017-18 เขาก็พาทีมจบในลีกด้วยการเป็นอันดับ 3 ส่วนใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ถือว่าโชคร้ายที่พวกเขาต้องไปเจอ ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในรอบคัดเลือก รอบเพลย์ออฟ ก่อนที่จะตกรอบจากการแพ้ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-6

แม้ว่าในฤดูกาล 2018-19 ฮอฟเฟ่นไฮม์ ของ นาเกลส์มันน์ จะได้อันดับ 9 ในลีก และตกรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ผลงานของเขาก็ไปเข้าตา แอร์เบ ไลป์ซิก ดึงมาคุมทีมในซีซั่น 2019-20 ซึ่งตอนนี้กุนซือวัย 32 ปีก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ทั้งการเป็นรองจ่าฝูงของลีกด้วยผลงาน 45 คะแนน จากการลงเล่น 22 นัด ตามหลัง บาเยิร์น มิวนิค เพียงแค่ 1 คะแนน และกำลังมีโอกาสที่จะพา ไลป์ซิก เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ จากการที่ในนัดแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้าย เขาพาทีมบุกไปชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-0 ได้ถึงสนาม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม

ทุกวันนี้บางคนถึงขั้นยกย่อง นาเกลส์มันน์ เลยว่าจะเป็นกุนซือระดับโลกจนถึงขนาดที่อาจจะดังเหมือน โจเซป กวาร์ดิโอล่า, โชเซ่ มูรินโญ่ และ เจอร์เก้น คล็อปป์ เลย ซึ่งวันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าในซีซั่นนี้ผลงานด้านไหนบ้างของ ไลป์ซิก ที่โหดจนทำให้ นาเกลส์มันน์ สมควรได้รับคำชม

การผ่านบอลเพื่อขึ้นเกมบุก
ในซีซั่นนี้ ไลป์ซิก สามารถทำประตูในลีกได้ 56 ลูก สูงสุดเป็นอันดับ 3 ของ บุนเดสลีกา เป็นรองเพียง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (63 ประตู) และ บาเยิร์น มิวนิค (62 ประตู) ทั้งที่พวกเขามีตัวเลือกในแนวรุกให้เลือกน้อยกว่าทั้ง 2 ทีมดังกล่าว 

เป็นทีมที่มีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลจังหวะสำคัญสูงเป็นอันดับ 3 ของลีก ด้วยจำนวน 12.6 ครั้งต่อเกม โดยที่อันดับ 1 คือ บาเยิร์น จากค่าเฉลี่ย 14.5 ครั้งต่อเกม และที่ 2 คือ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยจำนวน 12.8 หนต่อนัด

จังหวะจบสกอร์ภายในกรอบ 6 หลาสูงเป็นอันดับ 2 ของลีกร่วมกับ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ด้วยค่าเฉลี่ย 1.5 ครั้งต่อเกม โดยอันดับ 1 คือ บาเยิร์น จากค่าเฉลี่ย 1.7 ครั้งต่อเกม จังหวะจบสกอร์ในกรอบเขตโทษเยอะที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก ด้วยจำนวน 9.6 ครั้งต่อเกม แพ้ให้ บาเยิร์น ที่ทำไป10.7 ครั้งต่อเกมแค่ทีมเดียว

ผ่านบอลระยะสั้นเข้าเป้าสูงเป็นอันดับ 4 ของ บุนเดสลีกา อีกต่างหาก ด้วยค่าเฉลี่ย 420.3 ครั้งต่อเกม โดยที่ 1 ในชาร์ตนี้คือ บาเยิร์น (544.7 ครั้งต่อเกม) ตามมาด้วย ดอร์ทมุนด์ (532.1 ครั้งต่อเกม) และ เลเวอร์คูเซ่น (475.8 ครั้งต่อเกม)

ศักยภาพด้านการทำประตู
ในซีซั่นนี้ ไลป์ซิก เป็นทีมที่มีค่าเฉลี่ยการมีจังหวะยิงสูงเป็นอันดับ 2 ของลีก ด้วยจำนวน 16.4 หนต่อนัด โดยที่อันดับ 1 คือ บาเยิร์น ที่จำนวน 18.5 หนต่อนัด และ ไลป์ซิก ยังมีค่าเฉลี่ยการยิงตรงกรอบในลีก 6.7 ครั้งต่อนัด ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 2 ของลีกด้วย แพ้แค่ บาเยิร์น ที่ทำได้ 7.5 ครั้งต่อนัด เพียงทีมเดียว

วินัยของการสกัด
นอกจากเกมรุกที่โดดเด่น เกมรับของ ไลป์ซิก ในยุคของ นาเกลส์มันน์ ก็ดูดีเชนกัน พวกำเขาเป็นทีมที่มีค่าเฉลี่ยการเข้าสกัดโดนบอลสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก ด้วยจำนวนเฉลี่ย 19 ครั้งต่อเกม โดยอันดับ 1 ในชาร์ตนี้คือ พาเดอร์บอร์น ที่ทำได้ 20 หนต่อนัด

ไลป์ซิก ยังเป็นทีมที่โดนใบเหลืองน้อยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีกร่วมกับ ไฟร์บวร์ก ด้วย เพราะตลอดทั้งซีซั่นนี้นักเตะของพวกเขาได้รับใบเหลืองไป 30 ใบ โดยอันดับ 1 คือ ดอร์ทมุนด์ ที่ได้รับใบเหลืองไป 19 หน

เป็นทีมที่เสียฟาวล์น้อยที่สุดเป็นอันดับ 4 ร่วม ของลีกประจำซีซั่นนี้ด้วย เพราะพวกเขาโดนจับฟาวล์ไป 11.3 ครั้งต่อเกม