LIGAZ89 บทความ

5 นักชกแชมป์โลกชาวไทย สู่ความหวังกำปั้นสะท้านโลก

5 นักชกแชมป์โลกชาวไทย สู่ความหวังกำปั้นสะท้านโลก

5 นักชกแชมป์โลกชาวไทย มาดูกันว่าจะมีนักมวยคนไหนที่คุณรู้จักอยู่บ้าง

ชื่อจริง : พงศกร วันจงคำ
เกิด : วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2520
สถานที่เกิด : อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา
ส่วนสูง : 163 เซนติเมตร
แชมป์โลก : รุ่นฟลายเวท 112 ปอนด์ สภามวยโลก
สถิติการชก : ชนะ 83 (น็อก 44) แพ้ 3 เสมอ 2

เริ่มกันจากพี่ใหญ่สุด พงษ์ศักดิ์เล็ก ไก่ย่างห้าดาวยิม ซึ่งคนไทยรู้จักกันดีอยู่แล้ว โดยเจ้าของแชมป์โลก 2 สมัย ที่ชีวิตพลิกผันจากเด็กอู่รถสู่เส้นทางนักสู้ ไต่เต้าจากการชกมวยไทย ก่อนก้าวขึ้นมาประกาศศักดาบนเวทีมวยสากล ด้วยการคว่ำ มัลคอล์ม ทูนาเกา นักชกฟิลิปปินส์ แค่ยกที่ 1 กระชากเข็มขัดแชมป์รุ่นฟลายเวท ของสภามวยโลก มาครอง เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2544 พร้อมจารึกชื่อเป็นแชมป์โลกคนที่ 31 ของไทยได้สำเร็จ

หลังจากนั้น พงษ์ศักดิ์เล็ก ทำสถิติป้องกันแชมป์โลกได้ถึง 17 ครั้ง ก่อนที่จะมาพลาดเสียแชมป์ในการป้องกันแชมป์ครั้งที่ 18 หลังแพ้คะแนน ไนโตะ ไดสุเกะ ผู้ท้าชิงชาวญี่ปุ่น ที่โครักกุเอ็น ฮอลล์ กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2550 แต่นั่นก็ไม่ทำให้นักชกจากโคราชคนนี้ท้อแท้ โดยเขาใช้เวลา 3 ปี กลับคืนบัลลังก์แชมป์อีกครั้ง หลังชนะคะแนน โกกิ คาเมดะ เจ้าของแชมป์จากญี่ปุ่น ที่ อาริอาเกะ โคลอสเซียม กรุงโตเกียว ในวันที่ 27 มี.ค. 2553

กับแชมป์โลกสมัยที่ 2 พงษ์ศักดิ์เล็ก อีกหนึ่งตำนานยอดนักชกของไทย ในวัย 34 ปี สามารถป้องกันแชมป์รุ่นฟลายเวทของสภามวยโลก และเดอะริง มาแล้ว 4 ครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น ล่าสุด เจ้าตัวยังได้รับการบรรจุชื่อไว้ในหอเกียรติยศ (Hall of Frame) ของสภามวยโลก ซึ่งถือเป็นนักมวยคนแรกที่ได้รับเกียรตินี้ โดยที่ยังไม่ได้แขวนนวม ทั้งนี้ เจ้าตัวยอมรับว่า ความสำเร็จตลอดระยะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา เป็นผลมาจากความขยัน, ระเบียบวินัย และความซื่อสัตย์นั่นเอง

ชื่อจริง : พันธุ์เทพ มุลลีปุ้ม
เกิด : วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2531
สถานที่เกิด : อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม
ส่วนสูง : 160 เซนติเมตร
แชมป์โลก : รุ่นซุปเปอร์ฟลายเวท 115 ปอนด์ สมาคมมวยโลก
สถิติการชก : ชนะ 19 (น็อก 12) แพ้ 2

จากนักชก “โนเนม” กลายมาเป็นแชมป์โลก คนที่ 41 ของไทย ท่ามกลางสายตาดูแคลนของแฟนมวยทั่วโลก เด็กหนุ่มจากมหาสารคาม พิสูจน์ให้เห็นว่า เขาเหมาะสมกับบัลลังก์ที่ได้มาอย่างไร หลังจากสมาคมมวยโลก สถาปนาให้เขา ในฐานะแชมป์โลกเฉพาะกาล ก้าวขึ้นเป็นแชมป์โลกรุ่นซุปเปอร์ฟลายเวทตัวจริง แทนที่เจ้าของตำแหน่งเดิม โทโมโนบุ ชิมิซึ นักมวยชาวญี่ปุ่น ที่ถูกแขวน เนื่องจากหยุดพักการชกไปหลังจากได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา

ทว่า เทพฤทธิ์ ก็ต้องขึ้นเวทีป้องกันตำแหน่งไฟต์บังคับทันที กับ ไดกิ คาเมดะ ผู้ท้าชิงชาวญี่ปุ่นรองแชมป์อันดับ 1 ซึ่งยังมีดีกรีอดีตแชมป์โลกรุ่นฟลายเวทสถาบันเดียวกันอีกด้วย โดยก่อนชกเหล่าเกจิมองว่า แชมป์ชาวไทยอาจเอาเข็มขัดไปทิ้งไว้ที่แดนปลาดิบ แต่สุดท้ายปรากฏว่า เทพฤทธิ์ โชว์ฝีมือได้อย่างสมศักดิ์ศรี สอนเชิงนักชกจอมลีลาของเจ้าถิ่นจนหน้าบวมปูด ก่อนชนะคะแนนเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมรักษาแชมป์ครั้งแรกได้อย่างงดงาม

อย่างไรก็ดี อุปสรรคขวากหนามชิ้นใหญ่ต่อไปของ “แอสโตรบอย” นั่นก็คือ การชกป้องกันแชมป์โลกครั้งที่ 2 กับ โทโมโนบุ ชิมิซึ ที่ตอนนี้สถานะกลายเป็น “แชมป์โลกลาพัก” ภายในเดือน มี.ค.นี้ ตามกฎของสมาคมมวยโลก และแน่นอน เราในฐานะชาวไทย ก็ไม่พลาดที่จะเอาใจช่วยให้ เทพฤทธิ์ ในวัย 23 ปี สามารถสืบทอดเข็มขัดแชมป์โลกของตำนานนักชกของไทย อย่าง เขาทราย แกแล็กซี ไว้ให้ได้ต่อไป

ชื่อจริง : สุริยัน ไขกัญหา
เกิด : วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2532
สถานที่เกิด : อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
ส่วนสูง : 160 เซนติเมตร
แชมป์โลก : รุ่นซุปเปอร์ฟลายเวท 115 ปอนด์ สภามวยโลก
สถิติการชก : ชนะ 20 (น็อก 7) แพ้ 4 เสมอ 1

สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย ได้รับการยกย่องว่า เป็นนักชกดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งปี หลังจากโชว์ฟอร์มสุดประทับใจ คว่ำ โธมัส โรฮาส จนกลายเป็นอดีตแชมป์โลกจากเม็กซิกัน ไปอย่างราบคาบ เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา กระชากเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นซุปเปอร์ฟลายเวท สภามวยโลก มาคล้องเอวได้สมใจ ด้วยวัยเพียง 22 ปี และยังช่วยให้ค่าย “นครหลวงโปรโมชั่น” กลับมามีนักชกแชมป์โลกในสังกัดอีกครั้ง หลังจากห่างหายบัลลังก์ไปนานกว่า 6 ปี นับตั้งแต่สิ้นยุคของ “พยัคฆ์หน้าขรึม” วีระพล นครหลวงโปรโมชั่น
ด้วยพรสวรรค์เหนือนักชกรุ่นเดียวกัน ทำให้ “เจ้าไมค์” ใช้เวลาเพียง 10 เดือนเศษ ขึ้นพิสูจน์กำปั้นกรุยทางสู่บัลลังก์แชมป์โลกสถาบันใหญ่ถึง 2 ครั้ง แม้ไฟต์แรกจะอกหัก แต่สุริยัน ก็สร้างความประทับใจให้กับแฟนหมัดมวยไม่น้อย โดยในการท้าชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวท สภามวยโลก กับ “เจ้ากร” พงษ์ศักดิ์เล็ก ไก่ย่างห้าดาวยิม เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการแจ้งเกิดนักชกจากเมืองย่าโมได้เป็นอย่างดี สุริยัน ยอมรับว่า เส้นทางนักมวยสากลอาชีพของเขา ก้าวมาไกลได้เร็วเกินคาด อย่างไรก็ตาม เขาจะยังคงเพียรพยายามอย่างหนักในการฝึกซ้อม เพื่อรักษาแชมป์โลกเส้นนี้ให้นานที่สุด และก้าวไปให้ถึงและยิ่งใหญ่เหมือนกับรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง “วีระพล นครหลวงโปรโมชั่น” และโด่งดังโกอินเตอร์เหมือน “แพ็คแมน” แมนนี ปาเกียว หลังจากตนสามารถป้องกันแชมป์โลกครั้งแรกไว้ได้อย่างงดงาม ด้วยการชนะคะแนน โนบูโอะ นาชิโร จากญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา

ชื่อจริง : สุริยันต์ สาธร
เกิด : วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2525
สถานที่เกิด : อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์
ส่วนสูง : 154 เซนติเมตร
แชมป์โลก : รุ่นไลท์ฟลายเวท 108 ปอนด์ สภามวยโลก
สถิติการชก : ชนะ 44 (น็อก 30) แพ้ 3

กลายแชมป์โลกใหม่ถอดด้ามของไทย คมพยัคฆ์ ซีพีเฟรชมาร์ท หลังประกาศชัยชนะเหนือ เอเดรียน เฮอร์นันเดซ แชมป์โลกชาวจังโก้ อย่างสุดมันส์ในยกที่ 10 กระชากเข็มขัดแชมป์โลก รุ่นไลท์ฟลายเวท ของสภามวยโลก มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับชาวไทย เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่กว่าจะประสบความสำเร็จดั่งวันนี้ได้ “เจ้าน้อย”​ ต้องใช้เวลาเพียรพยายามนานถึง 14 ปีเลยทีเดียว

คมพยัคฆ์ เริ่มต้นชกมวยเมื่อตอนอายุเพียง 10 ขวบ โดยเริ่มจากมวยไทย ก่อนหันมาชกมวยสากล เมื่ออายุ 17 ปี และสามารถคว้าแชมป์ ลุมพินี 105 ปอนด์, แชมป์พาบา 108 ปอนด์, แชมป์ WBC เอเชีย รุ่น 108 ปอนด์ แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เพราะแชมป์ต่างๆ ที่ได้มา เขากลับไม่ค่อยมีคิวต่อย จนทำให้โดนปลดไปเอง ทั้งๆ ที่ซ้อมมาอย่างหนักทุกครั้ง กระทั่งเกือบคิดหันหลังให้สังเวียนผ้าใบ หันไปทำงานรับจ้างเป็นเด็กเสิร์ฟแทน

แต่เพชรแท้ก็ยังเป็นเพชรแท้ เมื่อเขาได้รับโอกาสจาก “เสี่ยเน้า” วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ดัง เพชรยินดีบ็อกซิ่ง ผลักดันจนกลายเป็นแชมป์โลกคนที่ 45 ของไทย อย่างไรก็ดี เจ้าตัวก็ไม่ลืมพระคุณ “กำนันแก๊” แห่งค่าย ป.ประมุข ที่ส่งเสียชุบเลี้ยงมาตลอด รวมถึงบุพาการี ซึ่งเขาตั้งใจจะนำรายได้จากการชกมวยมาปลูกบ้านใหม่ให้แม่ แม้รู้สึกเสียดายที่พ่อไม่มีโอกาสได้เห็นลูกชายคนนี้ประสบความสำเร็จ หลังจากไปด้วยอาการไตวายเมื่อ 3 ปีก่อน

จึงนับได้ว่า คมพยัคฆ์ เป็นอีกหนึ่งนักชกยอดกตัญญู เมื่อบวกกับความมีระเบียบวินัย และความทุ่มเทขยันฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ด้วยแล้ว เชื่อเหลือเกินว่า นักชกวัย 29 ปี จากบุรีรัมย์ผู้นี้ จะมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นนักมวยไทยอีกคนที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ในเวทีระดับโลกไม่แพ้กับ
แชมเปียนคนอื่นๆ เช่นกัน

ชื่อจริง : ไผ่ ผารบ
เกิด : วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2526
สถานที่เกิด : อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ
ส่วนสูง : 165 เซนติเมตร
แชมป์โลก : รุ่นมินิมัมเวท 105 ปอนด์ สมาคมมวยโลก (เฉพาะกาล)
สถิติการชก : ชนะ 19 (น็อก 16) แพ้ 0

ไผ่ผารบ ยอดนักชกจาก จ.ชัยภูมิ ผันตัวเองจากนักมวยไทย ซึ่งเจ้าตัวได้รับฉายาว่า “ไอ้หมัดดาวตก” เพราะความเป็นมวยหมัดหนัก โดยแม้ว่าจะไม่เคยได้แชมป์ แต่ก็เป็นถึงรองแชมป์ประเทศไทย ในรุ่นฟลายเวท (112 ปอนด์) และเคยเอาชนะนักมวยไทยชื่อดัง อย่าง ธงชัย ต.ศิลาชัย มาแล้ว ก่อนที่จะเบนเข็มมาชกมาสากลอาชีพ พร้อมกับได้รับฉายาใหม่ว่า “ไอ้หมัดมรณะ” และ “จอมน็อกเอาท์”

สถิติของการชกของ ไผ่ผารบ เรียกได้ว่าไม่ธรรมดา เพราะเจ้าตัวทำสถิติชนะถึง 19 ไฟต์ น็อกเอาท์ถึง 16 ไฟต์ และยังไม่แพ้ใคร โดยสามารถคว้าแชมป์รุ่นฟลายเวท, รุ่นไลท์ฟลายเวท และรุ่นมินิมัมเวท ของ PABA มาครองได้ 3 เส้น รวมทั้งยังเป็นแชมป์เอเชียแปซิฟิก ในรุ่นเดียวกันนี้ ขององค์กรมวยโลก (ดับเบิลยูบีโอ) อีกด้วย จนทำให้เขาไต่อันดับรั้งรองอันดับ 4 ของสมาคมมวยโลก (ดับเบิลยูบีเอ) อย่างรวดเร็ว

จากนั้น ไผ่ผารบ ได้โอกาสขึ้นชิงแชมป์เฉพาะกาลในรุ่นมินิมัมเวท ของสมาคมมวยโลก (105 ปอนด์) กับ เฮซุส ซิลเวสเตร นักมวยจากเม็กซิโก ซึ่งผลปรากฏว่า ไผ่ผารบ วัย 28 ปี เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปได้อย่างเอกฉันท์ แม้ว่าการชกจะเป็นไปอย่างคู่คี่สูสี เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมเปิดประตูให้เขาได้พิสูจน์ฝีมือกับ แชมป์โลกตัวจริง อย่าง อากิรา ยาเอะกาชิ นักมวยชาวญี่ปุ่น ที่กระชากเข็มขัดแชมป์โลกเส้นนี้ไปจาก​ “คนเหล็ก” พรสวรรค์ กระทิงแดงยิม เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา

หมายเหตุ : แชมป์เฉพาะกาล (interim championship) หมายถึงตำแหน่งแชมป์ที่ให้ผู้ที่เหมาะสมครองตำแหน่งไปก่อน เนื่องจากแชมป์โลกตัวจริงไม่อาจจะชกได้ จะเนื่องด้วยสาเหตุอันใดก็ตาม แต่เมื่อทั้งคู่พร้อม แชมป์เฉพาะกาลกับแชมป์โลกตัวจริงต้องชกกันเพื่อหาแชมป์โลกตัวจริง แต่ระหว่างที่เป็นแชมป์เฉพาะกาลสามารถชกป้องกันตำแหน่งกับผู้ท้าชิงได้ และมีสถานภาพเช่นเดียวกับแชมป์โลกตัวจริงทุกประการ.