ทางเข้าเล่น ligaz89

ผลงานเด่นลำดับต้นๆ ในระดับทวีปยุโรปของ ซานโช่

ข่าวการย้ายทีมของ เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน โผล่มาเป็นที่พูดถึงกันอย่างหนักในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเดิมที ซานโช่ ก็ตกเป็นข่าวเรื่องย้ายทีมตั้งแต่ซัมเมอร์ก่อนแล้ว และหนนี้ทีมที่ว่ากันว่าสนใจในตัวเขาอย่างมากก็มีทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, เชลซี, บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด

แน่นอน ดอร์ทมุนด์ ย่อมไม่อยากเสียเพชรเม็ดงามที่ตอนนี้ทำไปแล้ว 17 ประตู กับอีก 19 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในทุกรายการง่ายๆ โดยว่ากันว่าพวกเขาตั้งค่าหัวของ ซานโช่ เอาไว้สูงลิบที่ 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,200 ล้านบาท) เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม เงินจำนวนดังกล่าวก็ถือว่าคุ้มค่าสำหรับนักเตะวัยเพียง 20 ปี ที่ผลงานหลายด้านของเขาในฤดูกาลนี้ถือว่าติดอันดับต้นๆ ของวงการฟุตบอลยุโรป ไม่ใช่แค่ใน บุนเดสลีกา เพียงอย่างเดียว โดยวันนี้เราจะมาดูกันว่าผลงานด้านไหนบ้างของ ซานโช่ ที่ติดอันดับต้นๆ ของทวีปยุโรป

ย้ำรอบที่ร้อย! บิ๊กเสือเหลืองลั่นทีมไม่มีแผนปล่อยตัวซานโช่แม้

การเลี้ยงบอล

ด้วยความเป็นปีก ทำให้ ซานโช่ มีทักษะการเลี้ยงบอลที่โดดเด่นในระดับหนึ่ง โดยเดิมทีเขาก็เป็นปีกที่มีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้เยอะที่สุดของ บุนเดสลีกา ประจำซีซั่นนี้อยู่แล้ว หากนับเฉพาะคนที่ลงเล่นอย่างน้อย 20 นัด เพราะค่าเฉลี่ยของเขาด้านนี้อยู่ที่ 2.6 ครั้งต่อเกม

ทั้งนี้ ถ้าหากเทียบกับลีกดังลีกอื่นๆ ในทวีปยุโรปแล้วล่ะก็ ซานโช่ ก็ถือเป็นอันดับ 4 ในชาร์ตนี้เลย โดยมีเพียง อดาม่า ตราโอเร่ ปีก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส (5.6 ครั้งต่อเกม), เฌเรมี่ โบก้า ดาวเตะ ซาสซูโอโล่ (4.6 ครั้งต่อเกม) และ เอมิเลียโน่ บูเอ็นเดีย แข้ง นอริช ซิตี้ (3.2 ครั้งต่อเกม) ที่มีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งเยอะกว่าเขา

ครองบอลได้ดี

นอกจากจะเลี้ยงบอลได้พริ้วไหวจนคู่แข่งตามจับตัวได้ยากแล้วนั้น ซานโช่ ยังถือเป็นนักเตะที่เก็บบอลเอาไว้กับตัวได้ดีมากๆ ด้วย โดยเขาโดนคู่แข่งแย่งบอลไปจากเท้าเพียงเฉลี่ยแล้ว 1 ครั้งต่อเกม ทำให้เขาเป็นปีกในทวีปยุโรปที่โดนคู่แข่งแย่งบอลไปจากเท้าน้อยที่สุดเป็นอันดับ 10 ร่วมของทวีปยุโรปเลย

การที่เขาครองบอลได้ดีแบบนี้ทำให้มันถือว่า ซานโช่ พัฒนาด้านนี้ได้ดีมากๆ ด้วย เพราะฤดูกาลที่แล้วเขามีค่าเฉลี่ยการเสียบอลในเกมลีกอยู่ที่ 1.7 ครั้งต่อเกมด้วยกัน

การผ่านบอล

ผลงาน 17 ประตู กับอีก 19 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในทุกรายการประจำซีซั่นนี้ของ ซานโช่ มันแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้มีดีแค่การทำประตูเท่านั้น แต่เจ้าตัวยังผ่านบอลได้ดีมากๆ ด้วย ซึ่งที่จริงนี่ก็เป็นจุดเด่นที่ติดตัวเขามาตั้งแต่ฤดูกาลก่อน เพราะซีซั่นที่แล้ว ซานโช่ ทำแอสซิสต์จากการลงเล่นในทุกรายการได้ 19 ครั้งเช่นกัน

จาดอน ซานโช" ว่าที่คีย์แมนทัพสิงโตคำราม

ทั้งนี้ เมื่อเจาะลึกไปถึงผลงานการผ่านบอลของ ซานโช่ แล้วนั้น มันก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงสามารถทำแอสซิสต์ได้มากมายก่ายกองแบบนี้ เพราะเจ้าตัวมีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลระยะสั้นเข้าเป้าถึง 42.6 ครั้งต่อเกม โดยนอกจากจะสูงเป็นอันดับ 1 ของ บุนเดสลีกา แล้วนั้น มันยังถือว่าสูงที่สุดในบรรดาปีกของทีมในลีกยุโรปด้วย ทิ้งห่าง บูเอ็นเดีย ดาวเตะ นอริช ที่ทำได้ 30.8 ครั้งต่อเกม แบบไม่เห็นฝุ่น

ยักษ์ใหญ่ล่าปีกลิเวอร์พูล หงส์ตั้งค่าตัวเกือบ 700 ล้าน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เยอร์เกิน คลอปป์ ชาคิรี่

สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลีกดังของยุโรป เตรียมเดินหน้าคว้าตัวปีกของลิเวอร์พูล มาเสริมความโหด หงส์แดงตั้งค่าตัวแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 25 มี.ค. ว่า กาลาตาซาราย สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลีกตุรกี เตรียมเปิดการเจรจาเพื่อคว้าตัว เซอร์ดัน ชาคิรี ปีกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เซอร์ดัน ชาคิรี

ชาคิรี วัย 28 ปี ย้ายจากทีมสโต๊ก ซิตี้ มาอยู่กับลิเวอร์พูลเมื่อปี 2018 ด้วยค่าตัว 13 ล้านปอนด์ (ประมาณ 501 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บบวกกับฟอร์มการเล่นที่ไม่เปรี้ยงปร้างทำให้ฤดูกาลนี้เขาได้ลงเล่นให้หงส์แดงไปเพียง 10 นัดเท่านั้น และมีข่าวว่าเป็น 1 ใน 6 นักเตะที่จะโดน เยอร์เกน คลอปป์ ปล่อยออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

ซึ่งรายงานข่าวล่าสุดจาก Fotomac สื่อดังของตุรกี ประโคมข่าวว่า กาลาตาซาราย เตรียมเปิดการเจรจากับลิเวอร์พูลเกี่ยวกับการคว้าตัว ชาคิรี มาร่วมทีม เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นดีขึ้น โดยลิเวอร์พูลก็พร้อมพิจารณาปล่อยออกจากทีมถ้าได้ค่าตัว 18 ล้านปอนด์ (ประมาณ 695 ล้านบาท) และถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริงหงส์แดงจะได้กำไรถึง 5 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

เว็บไซต์ดังตีมูลค่า 5 แข้ง “ทีมชาติไทย” ที่มีค่าตัวแพงสุด

มีใครบ้างไปดูกันกับการตีมูลค่าของ 5 นักเตะชื่อดังของ “ทีมชาติไทย” ที่มีค่าตัวแพงที่สุดจากการประเมินของเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง “ทรานเฟอร์มาร์เก็ต”

วันที่ 20 มี.ค.63 ทรานเฟอร์มาร์เก็ต (transfermarkt.com) เว็บไซต์ลูกหนังชื่อดัง ออกมาประเมินมูลค่า 5 นักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ที่มีค่าตัวแพงที่สุด โดยรายแรกนั้นแน่นอนคือ “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางคนเก่งแห่งค่าย “เจ้านกฮูก” ฮอกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโร นั่นเอง โดยตัวเขาถูกตีมูลค่าอยู่ที่ 2.4 ล้านยูโร หรือประมาณ 85 ล้านบาท

5 แข้งแพงสุดของทีมชาติไทย

1.) ชนาธิป สรงกระสินธ์ : (ฮอกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโร, เจลีก) 2.4 ล้านยูโร หรือ ประมาณ 85 ล้านบาท

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ชนาธิป สรงกระสินธ์


2.) ธีราทร บุญมาทัน : (โยโกฮามา เอฟ มารินอส, เจลีก) 1 ล้านยูโร หรือประมาณ 35 ล้านบาท

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ธีราทร บุญมาทัน

3.) ธีรศิลป์ แดงดา : (ชิมิสุ เอสพัลส์, เจลีก) 900,000 ยูโร หรือประมาณ 32 ล้านบาท

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ธีรศิลป์ แดงดา

4.) ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ : (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, ไทยลีก) 600,000 ยูโร หรือประมาณ 21 ล้านบาท

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

5.) กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ : (ฮอกไกโด คอนซาโดเล ซัปโปโร, เจลีก), สุภโชค สารชาติ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ไทยลีก), ศุภนัฏฐ์ เหมือนตา (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ไทยลีก) 500,000 ยูโร หรือประมาณ 18 ล้านบาท

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

เจอร์เก้น คล็อปป์แนะทางสว่างเดอะค็อปเรื่องแชมป์

เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ลิเวอร์พูล แนะนำทางสว่างแฟนบอล “หงส์แดง” ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ให้มองทุกอย่างเป็นเพียงเกมกีฬา หลังการลุ้นคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกในรอบ 30 ปีของพวกเขายังไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือก้อย หลังเกมลีกโดนระงับแข่งเนื่องจากเกิดเหตุไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนัก

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แนะสาวก “เดอะ ค็อป” ให้มองทุกอย่างเป็นแค่เกมกีฬา หลังการลุ้นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ของพวกเขาในฤดูกาลนี้ยังไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นแบบไหน เนื่องจากเกมลีกโดนห้ามแข่งเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

“เดอะ เร้ดส์” ทำผลงานได้อย่างสุดยอดในฤดูกาล 2019/2020 และมีคะแนนทิ้งห่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปไกลสุดกู่ 25 คะแนน โดยตั้งการชัยชนะอีก 2 เกมจาก 9 แมตช์ที่เหลืออยู่ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาสิ้นสุดการรอคอยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีสมัยแรกในรอบ 3 ทศวรรษ

อย่างไรก็ตามความฝันของแฟนบอลลิเวอร์พูล ต้องค้างอยู่ในเวลานี้เพราะเกมลูกหนังโดนระงับการแข่งจนถึงวันที่ 4 เมษายน และมีความเป็นไปได้สูงที่จะขยายออกไปอีก นั่นหมายความว่าในเวลานี้ยังไม่มีความแน่นอนว่าซีซั่นนี้จะได้บทสรุปยังไง

คล็อปป์ ซึ่งกำลังจะได้ลิ้มรสชาติความสำเร็จในพรีเมียร์ลีก พยายามเตือนสติสาวก “เดอะ ค็อป” ว่ามีอะไรที่สำคัญมากมายในโลกนี้มากกว่าแค่เกมฟุตบอล “มันก็แค่ฟุตบอล มันแค่เกม ดังนั้นไม่ต้องไปเครียด นี่มันแค่เกม มีสิ่งสำคัญมากมายในชีวิต ฉะนั้นพยายามอยู่ดูแลตัวเอง และมีความสุขกับชีวิต”

เลิกแข่งแบบไม่มีกำหนด หลบเชื้อโควิด-19

ลีกเอิง ฝรั่งเศส และ ซูเปอร์ลีกา โปรตุเกส เป็นอีกสองลีกล่าสุดของทวีปยุโรปที่ต้องระงับการแข่งขันออกไปก่อน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะที่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีการเรียกประชุมด่วนถึงเรื่องนี้แล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 13 มี.ค. ว่า โนแอล เลอ กราต ประธานสหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส (แอฟแอฟแอฟ) ออกมายืนยันแล้วว่าการแข่งขันฟุตบอลในประเทศทุกระดับทั้งชาย-หญิง รวมถึงลีกสมัครเล่นจะถูกระงับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ขณะที่ เปโดร โปรเอนซา ประธานลีกาโปรตุเกส ได้ออกมายืนยันเช่นกันว่า ศึกลูกหนังซูเปอร์ลีกาโปรตุเกส จะถูกระงับการแข่งขันออกไปก่อน เนื่องจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติออกมาเรียกร้องให้ระงับกิจกรรมที่มีผู้คนมารวมตัวกัน 

ส่วนลีกที่คนทั้งโลกกำลังให้ความสนใจอย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เพิ่งมีคำสั่งประชุมด่วนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากทราบข่าวว่า มิเคล อาร์เตตา กุนซือของอาร์เซนอล ติดเชื้อโควิด-19 เช่นเดียวกันกับ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ปีกดาวโรจน์ของเชลซี ทำให้ทางพรีเมียร์ลีกต้องเรียกประชุมด่วนอย่างเคร่งเครียดกันอีกครั้ง โดยการประชุมจะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายตามเวลาของประเทศอังกฤษ 

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูโรปา ลีก ป้องกันโควิด-19

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูโรปา ลีก ส่อแววต้องระงับการแข่งขันชั่วคราว หลังเจอผลกระทบจาก โควิด-19 อย่างหนัก

สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) กำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะระงับการแข่งขันเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูโรปา ลีก ช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังเล่นงานไปทั่วโลกอยู่ในเวลานี้

องค์กรลูกหนังยุโรป ต้องการให้พักการแข่งขันไปก่อน หลังมีหลายสโมสรใหญ่เจอผลกระทบจากไวรัสมรณะทั้ง ยูเวนตุส ที่ ดานิเอเล่ รูกานี่ กองหลังติดเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้เพื่อนร่วมทีมต้องถูกกักตัวดูอาการเป็นเวลา 14 วันไปด้วย

ขณะที่ เรอัล มาดริด ต้องปิดศูนย์ฝึกซ้อม หลังมีนักบาสเกตบอลรายหนึ่งผลตรวจออกมาเป็นบวก ส่งผลให้นักฟุตบอลต้องถูกกักตัวไปด้วย เพราะนักบาสและนักฟุตบอลฝึกซ้อมอยู่ในสถานที่เดียวกัน ก่อนที่ ลา ลีกา จะสั่งให้เลื่อนการแข่งขัน 2 นัดต่อไป (สัปดาห์ที่ 28 และ 29 ของฤดูกาล) เป็นที่เรียบร้อย

ในเวลานี้ โควิด-19 เล่นงานจนส่งผลกระทบไปถึงหลายลีกใหญ่ในยุโรป โดยนอกจาก ลา ลีกา ที่ต้องระงับแข่ง 2 สัปดาห์แล้วนั้น กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ก็ต้องเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด ส่วน ลีก เอิง ฝรั่งเศส เล่นแบบไม่มีคนดู เช่นเดียวกับ บุนเดสลีกา เยอรมัน บางคู่ ส่วน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คาดว่า จะประกาศให้เล่นแบบปิดสนามในเร็วๆ นี้

ขึ้นแท่นยิง 4 ประตูในเกมเดียวรายที่ 14

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันที่ 11 มี.ค. ว่า “โจซิป อิลิซิช” ดาวยิงทีมชาติสโลวีเนีย กลายเป็นนักฟุตบอลคนที่ 14 ที่ทำ 4 ประตูในนัดเดียวของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อตาลันตา บุกไปเชือดบาเลนเซีย 4-3 โดยอิลิซิช หัวหอกวัย 32 ปี เหมาคนเดียว 4 ประตู ถือเป็นนักเตะรายที่ 14 ที่สามารถทำได้ในรายการนี้

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ดาวยิงอตาลันตาสุดร้อนแรง



สำหรับ 13 นักฟุตบอลที่ทำ 4 ประตูในนัดเดียว มีดังนี้

1.มาร์โก ฟาน บาสเทน (เอซี มิลาน) ทำได้ในเกมที่ชนะโกเตบอร์ก 4-0 เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 1992

2.ซิโมเน อินซากี (ลาซิโอ) ทำได้ในเกมที่ชนะมาร์เซย 5-1 เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2000

3.ดาโด เพอร์โซ (โมนาโก) ทำได้ในเกมที่ชนะลา คอรุนญา 8-3 เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2003

4.รุด ฟาน นิสเตลรอย (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) ทำได้ในเกมที่ชนะสปาร์ตา ปราก 4-1 เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2004

5.อังเดร เชฟเชนโก (เอซี มิลาน) ทำได้ในเกมที่ชนะเฟเนร์บาห์เช 4-0 เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2005

6.ลิโอเนล เมสซี (บาร์เซโลนา) ทำได้ในเกมที่ชนะอาร์เซนอล 4-1 เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2010

7.บาเฟติมบี โกมิส (ลียง) ทำได้ในเกมที่ชนะดินาโม ซาเกร็บ 7-1 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2011

8.ลิโอเนล เมสซี (บาร์เซโลนา) ทำได้ในเกมที่ชนะเลเวอร์คูเซน 7-1 เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2012

9.มาริโอ โกเมซ (บาเยิร์น มิวนิก) ทำได้ในเกมที่ชนะบาเซิล 7-0 เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2012

10.โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์) ทำได้ในเกมที่ชนะเรอัล มาดริด 4-1 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2013

11.ซลาตัน อิบราฮิโมวิช (ปารีส แซงต์ แชร์แมง) ทำได้ในเกมที่ชนะอันเดอร์เลชท์ 5-0 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2013

12.หลุยซ์ อาเดรียโน (ชัคห์ตาร์ โดเนตส์) ทำได้ในเกมที่ชนะบาเต โบริซอฟ 7-0 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2014

13.คริสเตียโน โรนัลโด (เรอัล มาดริด) ทำได้ในเกมที่ชนะมัลโม 8-0 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2015

14.แซร์จ กนาบรี (บาเยิร์น มิวนิก) ทำได้ในเกมที่ชนะทอตแนม ฮอตสเปอร์ 7-2 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2019

15.โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี (บาเยิร์น มิวนิก) ทำได้ในเกมที่ชนะเรดสตาร์ เบลเกรด 6-0 เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2019

ไมเคิ่ล โอเว่น วิเคราะห์ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นหน้าหรือไม่ พร้อมชี้เหตุผลที่ทำให้ “ปีศาจแดง” เริ่มกลับมาคืนฟอร์มเก่ง

ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ มั่นใจว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อดีตต้นสังกัด จะคว้าโควตาไปเล่นถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังจากเริ่มกลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยล่าสุดเพิ่งเปิดบ้านชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ส่งผลให้ขึ้นไปอยู่อันดับ 5 ของตารางแล้ว

โอเว่น เผยผ่านรายการ พรีเมียร์ลีก โปรดักชันส์ ว่า “ผมคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า ไม่ว่าจะมาจากอันดับใน พรีเมียร์ลีก หรือจากการได้แชมป์ ยูโรปา ลีก พวกเขากำลังอยู่ในตำแหน่งที่ดี โมเมนตัมก็กำลังยอดเยี่ยม”

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แชมเปี้ยนส์ ลีก

“นอกจากนั้น พวกเขายังเริ่มได้นักเตะกลับมาทั้ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เอริก ไบยี่ และหวังว่า มาร์คัส แรชฟอร์ด จะกลับมาได้ในเร็วๆ นี้ รวมทั้ง โอเดียน อิกาโล่ ยังเข้ามาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส อีกด้วย”

“ด้วยนักเตะที่เข้ามาทำให้ทีมกลับมามีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมอีกครั้ง ดังนั้นในเวลานี้ โมเมนตัมจึงกลับมาอยู่ทาง แมนฯ ยูไนเต็ด แม้มีคู่แข่งอย่าง เชลซี ที่เพิ่งทำได้เยี่ยมในวันอาทิตย์, เลสเตอร์ และ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ก็ตาม มันจะเป็นการแย่งชิงอันดับที่ดุเดือด แต่โมเมนตัมคือกุญแจสำคัญในเวลานี้” อดีตหัวหอก “ปีศาจแดง” ทิ้งท้าย

ได้ประโยชน์จากวีเออาร์มากที่สุด 2019/2020

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นทีมที่ได้ประโยชน์จากระบบเทคโนโลยีผู้ช่วยผู้ตัดสิน หรือ “วีเออาร์” มากที่สุดในฤดูกาลนี้ ขณะที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ได้ประโยชน์น้อยที่สุดจากระบบนี้ จากการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อดังในเมืองผู้ดี

ทัพ “ปีศาจแดง” เกือบแพ้ เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำเมื่อ โดมินิค คัลเวิร์ต เลวิน ยิงบอลไปแฉลบ แฮร์รี่ แม็กไกวร์  เข้าประตูไป แต่ คริส คาวานาห์ ผู้ตัดสินเช็ควีเออาร์แล้วชี้ว่า กิลฟี ซิกูร์ดส์สัน อยู่ในตำแหน่งลำหน้าจากจังหวะนั่งขวางหน้าปากประตูแม้หุบขาหลบก็ตาม ทำให้จบเกมทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1

จากจังหวะดังกล่าว คาร์โล อันเชลอตติ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโมโหสุดขีดขณะที่อยู่ในพื้นที่เทคนิคข้างสนาม โดยหลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวของท่านเปา “คาร์เล็ตโต้” เดินตรงปรี่เข้าไปในสนามพร้อมกับพูดจาแบบไม่พอใจใส่กรรมการ จากการกระทำดังกล่าวทำให้  คาวานาห์ จัดการควักใบแดงให้กับ “อันเช่” พร้อมกับชี้นิ้วให้เขาเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวทันที

สำหรับเรื่องนี้มีการถกเถียงกันว่าสมควรเป็นประตูของ เอฟเวอร์ตัน หรือไม่ อย่างไรก็ตาม องค์กรผู้ตัดสินเกมการแข่งขันระดับอาชีพ (พีจีเอ็มโอแอล) ยืนยันว่าตามกฎแล้วนั้นถือว่า ดาวเตะไอซ์แลนด์ เข้าข่ายกับการอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า จากการที่เขาขัดขวางทัศนวิสัยของ ดาบิด เด เคอา โดยตรง และมีผลกับความสามารถในการเซฟอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน เดอะ ซัน ได้มีการเปิดเผยสถิติสโมสรในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีที่ได้ประโยชน์จากการกลับคำตัดสินของ วีเออาร์ มากที่สุด และ ณ ตอนนี้ก็คือทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา โดยพวกเขาได้รับผลบวกถึง 8 ครั้งจากการเล่น 28 เกม ตามด้วย ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 7 ครั้ง และ คริสตัล พาเลซ 5 ครั้ง

ในส่วนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้ประโยชน์จากวีเออาร์ เพียง 1 ครั้ง เช่นเดียวกับ “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้, “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ วิตี้, “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด  และ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ส่วนทีมที่ได้ประโยชน์น้อยที่สุดก็คือ “ดาบคู่” เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ผลติดลบ 6 ครั้ง

สโมสรที่ได้ประโยชน์จากการกลับคำตัดสินด้วยระบบ วีเออาร์ ในฤดูกาล 2019/2020 (28 เกม)
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด    +8
ไบรท์ตัน        +7
คริสตัล พาเลซ    +5
เบิร์นลีย์        +4
เซาธ์แฮมป์ตัน    +3
เลสเตอร์        +1
ลิเวอร์พูล        +1
แมนเชสเตอร์ ซิตี้    +1
นิวคาสเซิ่ล        +1
สเปอร์ส        +1
บอร์นมัธ        0
วัตฟอร์ด        – 1
อาร์เซน่อล        -2
เอฟเวอร์ตัน    -2
แอสตัน วิลล่า    -3
เชลซี        -4
เวสต์แฮม        -4
นอริช        -5
วูล์ฟส์        -5
เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด    -6

ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย แมนฯยูจับติ้วไปชนทีมจากออสเตรีย

ขณะที่ วูล์ฟส์ เจอ โอลิมเปียกอส ที่เพิ่งเขี่ย อาร์เซน่อล ตกรอบ ส่วน อินเตอร์ มิลาน ดวล เคตาเฟ่ ด้าน เซบีย่า  พบ โรม่า

สรุปผลการจับสลากฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่เมืองนียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

-อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี) พบ เอฟซี โคเปนเฮเก้น (เดนมาร์ก)
    – โอลิมเปียกอส (กรีซ) พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส (อังกฤษ)
    – เรนเจอร์ส (สกอตแลนด์) พบ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (เยอรมัน)
    – โวล์ฟสบวร์ก (เยอรมัน) พบ ชัคห์ตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน)
    – อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี) พบ เคตาเฟ่ (สเปน)
    – เซบีย่า (สเปน) พบ โรม่า (อิตาลี)
    – ไอน์ทรัคท์ แฟร้งค์เฟิร์ต (เยอรมัน) หรือ ซัลบวร์ก (ออสเตรีย) พบ เอฟซี บาเซิ่ล (สวิตเซอร์แลนด์)
    – แอลเอเอสเค ลินซ์ (ออสเตรีย) พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)

หมายเหตุ: ทีมแรกเป็นเจ้าบ้านก่อน โดยนัดแรกจะเล่นวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม ส่วนนัดสองเล่นวันพฤหัสบดีที่ 19 มี.ค. นี้